เคยสงสัยไหม ไฝ กับขี้เเมลงวันต่างยังอย่างไร?

18839473_1329435753792603_1336644533925244017_o

เคยสงสัยไหม
ไฝ กับขี้เเมลงวันต่างยังอย่างไร?
ใครๆ ก็มีไฝ และขี้แมลงวันกันทั้งนั้น แต่อาจจะมีจำนวนมากน้อยต่างกันออกไป คนไทยเราให้คำจำกัดความคำว่า ไฝนั้นต่างจากขี้แมลงวันตรงที่ไฝนูนขึ้นมาจากผิวรอบข้าง ส่วนขี้แมลงวันจะราบเรียบไม่นูนสำหรับทางการแพทย์แล้วทั้งคู่เกิดจากการรวมกันเป็นกระจุกของเซลสร้างสี หรืออาจจะเรียกอีกอย่างว่าเซลไฝที่ผิวหนังเหมือนกัน
.
.
.
ไฝ (Mole) และ ขี้แมลงวัน (Fleck) เป็นความผิดปกติของเซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocyte) ซึ่งเป็นเซลล์ผิวหนังที่พบได้ในชั้นของหนังกำพร้า (Epidermis) ทำหน้าที่สร้างเม็ดสีเมลานินให้กับผิว เซลล์สร้างเม็ดสีผิว
จึงเป็นตัวกำหนดว่าใครจะมีผิวขาวหรือผิวคล้ำหากเซลล์สร้างเม็ดสีเกิดการเพิ่มจำนวนมากขึ้น ก็จะกลายเป็นตุ่มเนื้อที่มีสีต่างๆ กันไป ตั้งแต่สีออกน้ำตาลไปจนถึงสีน้ำตาลดำ โดยไฝนั้นจะมีลักษณะเป็นตุ่มนูน
ส่วนขี้แมลงวันนั้นจะเป็นตุ่มราบและอยู่ในระดับตื้นกว่าไฝ
.
.
.
ในทางการแพทย์ถือว่าไฝ และขี้แมลงวันนั้นเป็นเนื้องอกชนิดหนึ่ง โดยจะมีการเพิ่มจำนวนขึ้นตามอายุ โดยจะพบได้มากเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น รวมไปถึงสตรีที่เริ่มตั้งครรภ์ก็จะพบได้มากเช่นกัน อย่างไรก็ตามไฝและขี้แมลงวันนั้น
มีโอกาสที่จะพัฒนาไปสู่การเป็นโรคมะเร็งผิวหนัง (Melanoma)
ซึ่งมีอันตรายถึงชีวิตได้ จึงต้องขึ้นอยู่กับการดูแลและเฝ้าสังเกตไฝ
และขี้แมลงวันที่อยู่บนร่างกายของเราอยู่เสมอ
.
.
.
ไฝและขี้แมลงวันที่อยู่บนตัวเรานั้นมีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งผิวหนังได้หากได้รับการกระตุ้นจากสิ่งต่างๆ เช่น สัมผัสกับแสงแดดในปริมาณมาก ได้รับสารเคมีเป็นเวลานานจนเกิดการสะสม เราจึงควรรู้จักสังเกตไฝและขี้แมลงวันบนตัวเราว่ามีความผิดปกติอะไรบ้าง เพราะมีความเป็นไปได้ว่าไฝหรือขี้แมลงวันนั้นอาจเริ่มกลายเป็นเซลล์มะเร็ง ตัวอย่างเช่น

1. มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาสั้น

2. มีสีที่เข้มมาก หรือสีไม่สม่ำเสมอ
หรือมีการเปลี่ยนแปลงของสีไปจากเดิม

3. มีผิวขรุขระ ขอบเขตไม่ชัดเจน หรือบริเวณตรงกลาง
ของไฝนั้นมีลักษณะหนานูน แต่ด้านข้างกลับเป็นรอยบุ๋ม

4. มีไฝขนาดเล็กกระจายขึ้นโดยรอบไฝเม็ดใหญ่

5. มีอาการเจ็บ ปวดบวมเมื่อสัมผัส ระคายเคือง
หรือมีเลือดออกจากไฝหรือขี้แมลงวันนั้น

ซึ่งหากเราสังเกตว่ามีความผิดปกติต่างๆ เกิดขึ้นกับไฝและขี้แมลงวันของเรานั้น ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยโดยทันที เพราะอาจเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังได้นั่นเอง